๑. สถานะเดิม

       พระโสณโกฬิวิสเถระ นามเดิม โสณะ เพราะเป็นผู้มีผิวพรรณผุดผ่อง ส่วนโกฬิวิสะ เป็นชื่อ แห่งโคตร
       บิดานามว่า อุสภเศรษฐี มีถิ่นฐานอยู่ในนครจำปา
       มารดา ไม่ปรากฎนาม

๒. ชีวิตก่อนบวช

       พระโสณโกฬิวิสะนั้น สมัยก่อนบวชตั้งแต่เป็นเด็กมาเป็นคนสุขุมาลชาติ มีโลมาที่ละเอียดอ่อน เกิดที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้าง ได้รับการเลี้ยงดูและการศึกษาเป็นอย่างดีจากบิดาและมารดา ที่จะพึงให้ได้ ในสมัยนั้น เพราะเป็นผู้มีทรัพย์สมบัติที่เพรียบพร้อม

๓. มูลเหตุของแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา

       พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าแผ่นดินมคธ มีความประสงค์จะทอดพระเนตรโลมาที่ฝ่าเท้าของนายโสณะนั้น จึงรับสั่งให้เขาไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้กรุงราชคฤห์

       โสณโกฬิวิสะ พร้อมกับชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าตามรับสั่ง ได้ฟังพระธรรมเทศนาอนุปุพพิกถา และอริยสัจ ๔ ชาวบ้านเกิดศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย แสดงตนเป็นอุบาสกแล้วกลับไป

       ฝ่ายโสณโกฬิวิสะ เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ฟัง ธรรมของพระองค์แล้วเห็นว่า พรหมจรรย์อันผู้ครองเรือนจะประพฤติปฏิบัติให้บริสุทธิ์ และบริบูรณ์นั้น ทำยาก ขอพระองค์จงโปรดให้ข้าพระองค์บวชเถิด พระพุทธเจ้าได้บวชให้เขาตามประสงค์

๔. การบรรลุธรรม

       พระโสณโกฬิวิสะ ครั้นบวชแล้ว ได้ไปบำเพ็ญสมณธรรมในป่าสีตวันใกล้เมืองราชคฤห์นั่นเอง เดินจงกรมด้วยเท้า ด้วยเข่า และมือ จนเท้า เข่า และมือแตก แต่ก็ไม่บรรลุผลอะไร เพราะความเพียรที่มากเกินไป ทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน คิดน้อยใจตัวเองว่ามีความเพียรมากถึงเพียงนี้ ยังไม่ได้บรรลุมรรคผล พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของท่านจึงเสด็จไปแสดงธรรมโปรด โดยเปรียบกับพิณ ๓ สาย ว่า สายพิณที่ขึงตึงเกินไป และหย่อนเกินไป จะมีเสียงไม่ไพเราะ ต้องขึงให้ได้ระดับพอดี เวลาดีดจึงจะมีเสียงที่ไพเราะ

       ครั้นได้รับคำสอนจากพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านปรับความเพียรกับสมาธิให้เสมอกัน บำเพ็ญเพียรแต่พอดี ไม่ตึงนัก ไม่หย่อนนัก ไม่นานท่านก็ได้บรรลุอรหัตผล

๕. งานประกาศพระพุทธศาสนา

       พระโสณโกฬิวิสเถระนี้ เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่นิยมการปฏิบัติสมณอัตตกิลมถานุโยคว่า วิธีนั้นไม่สามารถจะทำให้บุคคลบรรลุผลที่ต้องการได้เลย ครั้นสำเร็จเป็นอรหันต์แล้วได้แสดงคุณสมบัติของพระอรหันต์ในสำนักของพระพุทธเจ้าว่า ภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์นั้นจิตใจน้อมเข้าไปในคุณ ๖ ประการ คือ

       ๑. น้อมเข้าไปในบรรพชา
       ๒. น้อมเข้าไปในความสงัด
       ๓. น้อมเข้าไปในความสำรวมไม่เบียดเบียน
       ๔. น้อมเข้าไปในความไม่ถือมั่น
       ๕. น้อมเข้าไปในความไม่มีความอยาก
       ๖. น้อมเข้าไปในความไม่หลง

       พระพุทธเจ้าทรงสดับแล้ว ตรัสสรรเสริญท่านว่า พยากรณ์พระอรหัต กล่าวแต่เนื้อความ ไม่นำตนเข้าไปเปรียบเทียบ

๖. เอตทัคคะ

       พระโสณโกฬิวิสเถระนี้ ครั้งยังไม่บรรลุพระอรหัตได้บำเพ็ญความเพียรอย่างแรงกล้า ดังได้กล่าวมา พระพุทธองค์จึงทรงยกย่องท่านว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้ปรารภความเพียร

๗. บุญญาธิการ

       แม้พระโสณโกฬิวิสเถระ ก็ได้บำเพ็ญคุณงามความดีที่เป็นอุปนิสัยปัจจัยแห่ง พระนิพพานมานาน แสนนานหลายพุทธันดร จนได้รับพยากรณ์จากพระปทุมุตตรศาสดาว่า จะได้รับตำแหน่งเอตทัคคะ ด้านปรารภความเพียรในพุทธกาลแห่งพระสมณโคดม ครั้นได้รับพยากรณ์แล้ว ท่านได้บำเพ็ญความดี ที่สามารถสนับสนุนความปรารถนานั้นอย่างอื่นอีกมากมายหลายพุทธันดร โดยไม่มีความท้อแท้ใจ คล้ายกับจะได้รับผลในวันพรุ่งนี้ ในที่สุดบารมีของตนก็สัมฤทธิ์ผลในศาสนาของพระทศพลพระนามว่า โคดมดังกล่าวมา

๘. ธรรมวาทะ

       ผู้ที่ทอดทิ้งสิ่งที่ควรทำ ไปทำสิ่งที่ไม่ควรทำ ทุกข์โทษทั้งหลายย่อมประดังมาหาเขา ผู้มัวเมา ประมาท และเย่อหยิ่งจองหอง

       ผู้ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ควรทำ พากเพียรพยายามทำแต่สิ่งที่ควรทำ มีสติสัมปชัญญะ ทุกข์โทษทั้งหลาย ย่อมสูญหายไปจากเขา

๙. นิพพาน

       พระโสณโกฬิวิสเถระนี้ ได้ช่วยพระศาสดาประกาศพระศาสนา จนถึงเวลาอายุขัย จึงได้นิพพานจากโลกนี้ไป เปรียบเหมือนไฟที่หมดเชื้อแล้วมอดดับไป.

previous arrow
next arrow
Slider