๑. สถานะเดิม

       พระสีวลีเถระ
นามเดิม สีวลี
       บิดาไม่ปรากฏนาม
       มารดา พระนางสุปปวาสา พระธิดาเจ้าเมืองโกลิยะ

       เขาอยู่ในครรภ์มารดาถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน
       ทำให้มารดามีลาภสักการะมาก และคลอดง่ายที่สุด

๒. ชีวิตก่อนบวช

       ย้อนไปถึงก่อนที่ท่านจะประสูติ พระมารดาเสวยทุกขเวทนาหนักมาก จึงให้พระสวามีไปบังคมทูลพระศาสดา พระศาสดาตรัสประทานพรให้ว่า ขอพระธิดาแห่งโกลิยวงศ์จงมีความสุข ปราศจากโรคาพยาธิ ประสูติพระโอรสหาโรคมิได้เถิด พระนางก็ประสูติพระโอรสสมพุทธพรทุกประการ แล้วได้ถวายมหาทานตลอด ๗ วัน

๓. มูลเหตุของการบวชในพระพุทธศาสนา

       เมื่อสีวลีกุมารประสูติ พระมารดาและพระประยุรญาติได้ถวายมหาทาน ๗ วัน ในวันที่ ๗ พระสารีบุตรเถระจึงชวนเธอบวช เธอตอบว่าถ้าบวชได้ก็จะบวช พระมารดาทรงทราบก็ดีใจ อนุญาตให้พระเถระบวชกุมารได้ตามประสงค์ พระเถระจึงนำกุมารไปบวชเป็นสามเณร ตั้งแต่กุมารบวชแล้ว ลาภ สักการะได้เกิดแก่ภิกษุทั้งหลายมากมาย

๔. การบรรลุธรรม

       พระสีวลีได้ฟังตจปัญจกกรรมฐานจากพระสารีบุตรเถระ แล้วบรรลุพระอรหัตผลในเวลาปลงผม ท่านกล่าวว่า จดมีดโกนครั้งแรกบรรลุโสดาปัตติผล ครั้งที่ ๒ บรรลุสกิทาคามิผล ครั้งที่ ๓ บรรลุอนาคามิผล พอปลงผมเสร็จบรรลุพระอรหัตผล

๕. งานประกาศพระศาสนา

       พระสีวลีนั้นเป็นพระที่มนุษย์และเทวดาเคารพนับถือ บูชามาก จึงเป็นพระที่มีลาภมาก แต่มักจะถูกมองว่า เป็นเรื่องของบุญเก่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามเหตุการณ์อย่างนี้ ก็ต้องถือว่าท่านมีส่วนสำคัญในการประกาศพระศาสนา เพราะทำให้คนที่ยังไม่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา เกิดศรัทธา เพราะยากจะหาพระที่มีบุญญาธิการเหมือนท่าน

๖. เอตทัคคะ

       เพราะเหตุที่ท่านเป็นผู้มีลาภมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือจะไปที่ไหนช่วยให้ภิกษุทั้งหลาย ไม่ขัดสนปัจจัยลาภไปด้วย พระศาสดาจึงทรงตั้งท่านไว้ในเอตทัคคะว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีลาภมาก

๗. บุญญาธิการ

       แม้พระสีวลีเถระนี้ ก็ได้บำเพ็ญความดีอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมานาน ในกาลแห่งปทุมุตตรพุทธเจ้า ได้เห็นพระศาสดาตั้งภิกษุรูปหนึ่งไว้ในเอตทัคคะ ว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีลาภ จึงทำบุญมีประการต่าง ๆ แล้วตั้งความปรารถนาว่า ขอให้ตนเองได้เป็นเช่นภิกษุรูปนั้นบ้าง ในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต พระศาสดาทรงพยากรณ์ว่า จะได้สำเร็จในสมัยแห่งพระสมณโคดม

๘. ธรรมวาทะ

       ข้าพเจ้าไปสู่กระท่อม เพื่อจะทำความดำริเหล่าใดให้สำเร็จ ความดำริเหล่านั้นของข้าพเจ้าสำเร็จแล้ว ข้าพเจ้าถอนมานานุสัยได้ จึงได้บรรลุวิชาและวิมุตติ

๙. นิพพาน

       พระสีวลีเถระได้บรรลุประโยชน์สูงสุดของตนแล้ว ได้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อมหาชน จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จึงได้นิพพานดับสังขารสู่บรมสุขอย่างถาวร

previous arrow
next arrow
Slider