๑. สถานะเดิม

       พระพาหิยทารุจีริยเถระ
นามเดิม พาหิยะ
       ภายหลังเขานุ่งเปลือกไม้ จึงได้ชื่อว่า พาหิยทารุจีริยะ

       บิดาและมารดาไม่ปรากฏนาม เป็นชาวพาหิยรัฐ วรรณะแพศย์

๒. ชีวิตก่อนบวช

       เมื่อเติบโต เขามีอาชีพค้าขาย วันหนึ่งนำสินค้าลงเรือไปขายยังจังหวัดสุวรรณภูมิ เรืออับปาง คนในเรือเสียชีวิตทั้งหมด เหลืออยู่แต่เขาคนเดียว เกาะไม้กระดานแผ่นหนึ่งไว้ได้ ลอยคอไปขึ้นที่ท่าเรือชื่อสุปารถะ ผ้านุ่งผ้าห่มถูกคลื่นซัดหลุดหายไปหมด จึงเอาใบไม้บ้าง เปลือกไม้บ้าง ถักพอปิดร่างกาย ถือภาชนะกระเบื้องดินเผาเที่ยวขอทานเลี้ยงชีพ คนทั้งหลายเห็นเขาแต่งตัวแปลก ๆ คิดว่าเป็นพระอรหันต์ จึงนำอาหารไปให้มากมาย บางคนนำเอาผ้าไปให้ แต่เขาไม่ยอมนุ่งผ้า คงนุ่งผ้าเปลือกไม้ต่อไป และสำคัญผิดคิดว่าเป็นพระอรหันต์

๓. มูลเหตุของการบวชในพระพุทธศาสนา

       ครั้งนั้น เทวดาตนหนึ่ง ผู้เคยบำเพ็ญสมณธรรมร่วมกันมาในชาติก่อน แล้วได้ไปเกิดเป็นพรหมชั้นสุทธาวาส ได้ลงมาให้สติแก่เขาว่า พาหิยะ ท่านไม่ใช่พระอรหันต์ดอก แม้แต่ข้อปฏิบัติที่จะทำให้บรรลุพระอรหัตผล ท่านก็ยังไม่รู้เลย ผู้เป็นพระอรหันต์และรู้ข้อปฏิบัติที่จะทำให้บรรลุพระอรหัตผล อยู่ที่พระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี เขาสลดใจ ได้ไปเฝ้าพระศาสดาตามคำของเทวดา พบพระศาสดากำลังทรงดำเนินบิณฑบาตอยู่ รีบร้อนวิงวอนจะฟังพระธรรมเทศนาให้ได้ พระศาสดาทรงปฏิเสธถึง ๓ ครั้ง ครั้นทรงทราบว่า ญาณของเขาแก่กล้าแล้ว และปีติของเขาสงบลงแล้วจึงได้ตรัสว่า พาหิยะ ขอให้เธอศึกษา ดังนี้ เมื่อเห็นขอให้เป็นเพียงการเห็น (ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐํ มตฺตํ ภวิสฺสติ)

       ในเวลาจบเทศนา เขายืนอยู่กลางถนนนั่นเอง ส่งญาณไปตามกระแสพระธรรมเทศนา ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมกับปฏิสัมภิทา ได้ทูลขอบรรพชากับพระศาสดา แต่มีบาตรและจีวรยังไม่ครบ จึงไปหาบาตรและจีวร กำลังดึงท่อนผ้าเก่าจากกองขยะ อมนุษย์คู่เวรกันเข้าสิงในร่างแห่งแม่โคตัวหนึ่ง ทำร้ายท่านจนถึงสิ้นชีวิต จึงไม่ทันได้บวช

๔. งานประกาศพระศาสนา

       พระพาหิยทารุจีริยเถระ แม้ท่านจะยังไม่ได้บวชตามพิธีอุปสมบทกรรมตามพระวินัย แต่ท่านก็ได้บรรลุพระอรหัตผล จัดเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาได้ และมีประวัติอยู่ในจำนวนพระอสีติมหาสาวก พระศาสดาเสด็จออกจากเมืองสาวัตถี ทอดพระเนตรเห็นศพของพระพาหิยะล้มอยู่ในกองขยะ จึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายนำไปทำการฌาปนกิจ แล้วให้สร้างเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุของท่านไว้ที่ทางสี่แพร่ง ภิกษุทั้งหลายสงสัยว่า ท่านบรรลุมรรคอะไรเป็นสามเณรหรือเป็นภิกษุ พระศาสดาตรัสว่า พาหิยะปรินิพพานแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี ประวัติพระพาหิยทารุจีริยเถระจึงเป็นการประกาศหลักการทางพระพุทธศาสนาว่า เมื่อปฏิบัติจนได้บรรลุพระอรหัตผลแล้ว จะบวชตามพระวินัยหรือไม่ก็ตาม ก็จัดเป็นพระสงฆ์ได้ทั้งนั้น คือเป็น อริยสงฆ์

๕. เอตทัคคะ

       เพราะพระพาหิยทารุจีริยเถระ ได้บรรลุธรรมเร็วพลัน เพียงฟังพระพุทธพจน์ว่า ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐํ มตฺตํ ภวิสฺสติ (เมื่อเห็นขอให้เป็นเพียงการเห็น) พระศาสดาจึงทรงตั้งท่านไว้ในเอตทัคคะว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้รู้เร็วพลัน

๖. บุญญาธิการ

       แม้พระพาหิยทารุจีริยเถระนี้ ก็ได้บำเพ็ญบารมีอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมานาน ในกาลแห่งพระปทุมุตตรศาสดา ได้เห็นพระพุทธองค์ทรงตั้งภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้รู้เร็วพลัน จึงได้บำเพ็ญกุศลแล้วปรารถนาตำแหน่งนั้น อันพระศาสดาทรงพยากรณ์ว่า จะได้สมประสงค์ในสมัยแห่งพระพุทธองค์ทรงพระนามว่า โคดม และก็ได้สมตามความปรารถนา ดังพุทธวาจาทุกประการ

๗. ธรรมวาทะ

       ผู้ท่องเที่ยวไปในสงสาร ไม่เคยได้อาหาร คือ คำข้าว เลยหรือ ? ข้าพระองค์ ไม่รู้อันตรายแห่งชีวิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า หรือของข้าพระองค์ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์เถิด

๘. นิพพาน

       พระพาหิยทารุจีริยเถระ ได้ถูกอมนุษย์ผู้มีเวรต่อกันเข้าสิงในร่างแม่โคชนในขณะกำเก็บผ้าบังสุกุลในกองขยะแล้วนิพพาน

previous arrow
next arrow
Slider